แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กิจกรรม บทความ ภาพประกอบ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กิจกรรม บทความ ภาพประกอบ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2555

All


น้องมูน ตั้งแต่เริ่ม มาได้เยอะขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย
ดูรวมๆ แบบนี้ก็สวยดีนะ wall page
ในหน้าเว็บ cherishmoon.com ใน gallery อิอิ

และมันจะเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ^^


วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Paper Sculpture




เนื่องจากเบื่อจากงานนี้ทำอยู่
จึงได้แยกตัวหนีออกมาทำอะไรที่ชอบ ตัดๆ ติดๆ เพลินๆ ^^

ภาพประกอบ : cherishmoon
ดูผลงานได้ที่ ร้าน ละเล็ม (lalem) ^^

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554

Skybird



BIRD / SKY / STAR / CHERISHMOON / PAPER AIRPLANE / NATURE

ปล่อยให้ลมพัดไปอย่างอิสระ ล่องลอย
และร่อนลงอย่างนิ่มนวลในเวลาสาย
ลมอ่อนแรง

เรื่องและภาพประกอบ : cherishmoon

วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554

วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ความฝันของฉันป่วย [My Dreams Were Sick] ตอนที่ 1



ประสบการณ์และความสนุก

จากของเล่นรอบๆ ได้ก่อเกิดความฝัน


ความฝันกำลังเติบโตไปกับฉันผ่านเวลาและสิ่งแวดล้อมรอบๆ


ความฝันก่อเกิดความสุขและความสุขก็สร้างความฝันเช่นกัน


เรื่องและภาพประกอบ : cherishmoon


วันพุธที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ความฝันของฉันป่วย [My Dreams Were Sick]



พวกเขาโดนทำร้ายด้วยความหลงลืมที่หมุนด้วยกาลเวลา
ความท้อแท้ต่ออุปสรรคจากสิ่งรอบๆตัวและจากในตัวของฉันเอง

อยากได้ความเห็นจากเพื่อนๆ ทุกๆ คนนะจ๊ะว่า

"ตอนเด็กๆ เคยมีความฝันมั้ย แล้วเคยทำมั้ย
แล้วถ้าไม่ทำเพราะอะไร แล้วสุดท้ายมันหายไปไหนแล้ว"

by cherishmoon

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

(cherish)Moonkey


If you select to choose one thing for your life,
you'll select the right one or the one you like?

เคยมั้ยที่บางเวลา เกิดความสงสัยในตัวเองว่า

"ทำไมต้องเรียนคณะนี้ ไม่เรียนคณะนั้น"
"ทำไมชอบกินอันนี้ ไม่กินอันนั้น"
"ทำไมรักคนนี้ ไม่รักคนนั้น"

ทุกวันนี้มีชีวิตแบบนี้ ถ้าตอนนั้นไม่เลือกเรียนแบบนี้ชีวิตจะเป็นยังไง...

หากชีวิตมีโอกาสที่จะต้องเล​ือก
"เลือกสิ่งที่ชอบหรือเลือกส​ิ่งที่ใช่"

และถ้าเลือกแล้ว จะรู้ได้อย่างไรว่า
"สิ่งที่ชอบอาจจะใช่หรือไม่​ใช่ สิ่งที่ใช่เราอาจจะชอบหรือไ​ม่ชอบ"

ก็ไม่สามารถรู้ได้ ถ้าหากเรายังไม่ลองเลือก
แล้วคุณจะเลือกจะเลือก

"เลือกสิ่งที่ชอบหรือเลือกส​ิ่งที่ใช่"

เรื่องและภาพประกอบ : cherishmoon
special thank : พี่(ธัช)สาว

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

cherish (snail)moon



อันเนื่องจากได้ inspiration จากหอยทาก ที่ปีนป่ายตามผนังหลังบ้านในฤดู​ฝน
และด้วยกิริยาการเคลื่อนที่ของห​อยทากที่แสนจะแยบยลระมัดระวัง
และด้วยอารมณ์ขันที่นำเอากิริยาของ​น้องมูน(cherishmoon) มาใส่
เพียงเพราะต้องการจะพยายามเข้าใ​จอารมณ์ของหอยทากตอนถึงจุดหมาย ^^

น้องมูนเอาถุงนอนห่อ "ตัว" เอากล่องกระดาษ "กระดอง"
เอาเสาอากาศโทรทัศน์ทำเป็น "ตา" แล้วพยายามเดิน ^^ ...

เพื่อจุดหมายคือ

"ขนม"

เรื่องและภาพประกอบ : cherishmoon

วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2554

Hope (ความหวัง)

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้เกิดซึนามิ
ทำให้เกิดความสูญเสียให้กับผู้คนมากมายในประเทศญี่ปุ่น
ซึ่งนั้นก็ทำให้รู้ว่า ณ จุดหนึ่งแล้วมนุษย์ก็ไม่ทิ้งกัน ไม่นิ่งดูดาย
ต่างแสดงความช่วยเหลือตามกำลังของตน

และในครั้งนี้ก็ยิ่งทำให้เราได้คุณภาพของประชาชนในประเทศญี่ปุ่น
ที่สร้างให้เห็นถึงความมีวินัยของคนในประเทศที่พัฒนาแล้ว

โดยส่วนตัวแล้วประเทศญี่ปุ่นนี้ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับชีวิต
ในหลายๆ ด้าน ซึ่งแน่นอนอิทธิผลส่วนใหญ่มากจากหนังสือการ์ตูน
หนังการ์ตูน เพราะนั้นทำให้เป็นฉันในทุกวันนี้ ขอบคุณผลผลิตจาก
ประเทศนี้

และด้วยมีกลุ่มได้จัดกิจกรรมที่ให้ชื่อว่า "Hope for Japan" ขึ้น
โดยการเชิญชวนบุคคลต่างๆ ให้เข้าร่วมส่งผลงานเพื่อนำไปประมูล
หารายได้ช่วยประเทศญี่ปุ่น ฉันจึงไม่พลาดที่จะขอช่วยอีกแรงหนึ่งจึง
ได้เป็นภาพนี้ขึ้นมา

Title: Recollect
Description: เพื่อระลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ซึนามิในประเทศญี่ปุ่น
เพื่อนํามาเป็นแรงและกําลังให้ผู้ที่รอดชีวิตได้สู้ต่อไป.
แต่ไม่นานหนักก็เกิดเหตุการณ์อุทกภัยทางภาคใต้ของประเทศไทย
ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเหตุการณ์ที่ค่อนข้างรุนแรงกว่าที่เคยเกิดขึ้น
จึงเป็นที่ว่าของภาพนี้

Title: Don't cry
Description: จากเหตุการณ์อุทกภัยในภาคใต้ของประเทศไทย
ทำให้มีพี่น้องรวมแผ่นดินได้สูญเสีย ทั้งชีวิตบ้าง ทรัพย์สินบ้าง
แต่ถึงอย่างไรคนไทยก็จะไม่ทิ้งกัน ดังนั้นโปรดอย่า "ร้องไห้"
ขอให้เหตุการณ์ทั้งสองดีขึ้น "เหมือนฟ้าหลังฝน" ให้กลับมาสงบสุขอีกครั้งหนึ่ง

เรื่องและภาพประกอบ : cherishmoon

links ผลงาน : ชิ้นที่ 1
http://www.facebook.com/photo.php?fbid=149634205098930&set=a.117604904968527.17122.116791461716538&theater

links ผลงาน : ชิ้นที่ 2
http://www.facebook.com/photo.php?fbid=153035804758770&set=a.117604904968527.17122.116791461716538&theater&pid=368849&id=116791461716538


วันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

好きだ [su-ki-da] มากมายความหมาย



su - ki - da กว่าจะได้ยินก็เกือบจะสาย...

คนหนึ่งพยายามลบความทรงจำอันเลวร้าย...
คนหนึ่งเฝ้าทำให้คนที่รักมีรอยยิ้ม ด้วยความฝัน...
คนหนึ่งเฝ้ามองและคอยชม ความฝันของคนที่รัก...

คำสัญญาเมื่อวัยเยาว์ ...
คนหนึ่งพยายามตามความฝันและไม่สามารถไปได้ถึงความฝัน หยุด
ล้มเลิก จากอุปสรรค พลังใจที่เลือนหาย... ชีวิตไร้ความสุข

คนเฝ้าคอยคำสัญญา เดินตามฝันของสัญญาที่มีคนรับปากไว้
ด้วยความมุ่งมั่น คนไปถึงฝันแก่กลับไม่พบเค้าที่สุดปลายทาง
... ชีวิตที่รอคอย

พลังใจที่เกือบจะหมด พบเจอกับความมุ่งมั่นของการตามหา สัญญา

ครั้นสัญญาที่โชคชตาเล่นตลก ก็เกือบจะหายไป กว่าจะที่จะได้ยิน...

好 き だ
su - ki - da


***
ทัศนคติที่มีผลจากหนังเพียงคำพูดเดียว ที่เป็นแรงบันดาลใจของเรื่องนี้
好きだ [su-ki-da] มากมายความหมาย

เรื่องและภาพประกอบ : cherishmoon [大切]

วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554

จากสมุดบันทึกที่คิด "จะเผาทิ้ง"



จากการเก็บห้องจัดหนังสือและเอกสารต่างๆ ก็ดันพบสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง
ที่ครั้งหนึ่งคิดจะเผามันทิ้งไปพร้อมกับความทรงจำอันโหดร้าย แต่ก็ไม่รู้สาเหตุ
ว่าเพราะอะไรสมุดเล่มนั้นยังคงอยู่มาจนถึงวันนี้ หรือเพียงเพราะภาพประกอบ
ในสมุดบันทึกเล่มนี้

จากบันทึกวัน จันทร์ ที่ 23/02/2009

Time run เวลาไม่อาจย้อนกลับได้


จากบันทึกวัน เสาร์ ที่ 28/02/2009

ความสมบูรณ์ของ "เส้นสาย"
หากภาพวาดมีเพียงหนึ่งเส้น ก็คงไม่น่าสนใจ
หากเส้นสายหลายเส้นมาประกอบกันมันก็คงน่าชมมากขึ้น

หากเส้นสายหลายๆ เส้นรวมตัวกันเป็นภาพ
แน่นอนความสวยงามย่อมเกิดขึ้น


จากบันทึกวัน พฤหัสบดี ที่ 05/03/2009

ชีวิตที่โดดเดียวปิดกั่นตัวเองจากสังคม
"ทำไมต้องทำแบบนี้"

มีความสุขแล้วจริงๆ เหรอ แน่ใจแล้วใช่มั้ย


เรื่องและภาพประกอบ : cherishmoon

วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554

จดหมายที่สาปสูญ : Lost email


อ้างอิงจาก Links
http://junzoanimate.blogspot.com/2011/01/review-byousoku-5-centimeters-part-2.html

a chain of short stories about their distance

One more time, One more chance


เธอรู้สึกบ้างมั้ยเวลาที่เธออยู่กับฉัน รู้สึกว่า... มีอะไรหลายๆ อย่างคล้ายๆ กัน

ฉันไม่รู้ว่าเธอรู้ว่าฉันรู้สึกอย่างไรมั้ย แต่ฉันรู้สึก...

จากความคล้ายกันมันทำให้เราเข้าใจกัน โดยไม่ต้องเปล่งเสียงพูดหรือเขียน

เป็นประโยค เพียงเรามองตา แววตานำพาเราเข้าไปในความรู้สึก ณ เวลานั้น

มันบรรยายถึงสภาวะจิตใจกับเหตุการณ์ที่ประสบอย่างพรั่งพรู

หรือนั้นเป็นเพียงฉันที่รู้สึกไปเองคนเดียว


จากการพบกันครั้งแรก เธอมีอะไรหลายๆ อย่างที่คล้ายกับฉัน

จากนั้นสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราก็มีส่วนช่วยสร้างความสัมพันธ์นี้ขึ้นมา

ฉันมักหวังไว้ลึกๆ ว่าเราจะได้อยู่ด้วยกัน


แต่แล้วสิ่งที่ฉันหวังไว้มันก็พังทลาย ในวันที่เราต้องจากกัน

ถึงจะปฏิเสธมันอย่างไร มันก็ไม่เป็นผลเพราะความกล้าของฉันไม่เพียงพอ

ที่จะแหวกกฏเกณท์ต่างๆ ทางสังคมความเสียใจที่แสดงออกมา

เป็นน้ำตาที่ไหลรินอาบสองแก้ม...


ขอให้เพียง เธอรู้ว่าฉันรู้สึกอย่างไร และแสดงสิ่งที่เธอรู้สึกให้ฉันรู้

แล้วเราจะให้สิ่งนั้นเป็นพลังก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปด้วยกัน


ฉัน…

every day, every night, i will say "i miss you"


การสื่อสารโดย โทรเลข จดหมาย เคยมีความสำคัญอย่างมากใน

ยุคเกษตรกรรมของเมืองไทย เนื่องจากระยะทางและการคมนาคม

ยังลำบากมาก การที่จดหมายฉบับหนึ่งจะไปถึงมือรู้รับได้ ต้องใช้ทั้งเวลา

และยังแบกเอาความรู้สึกของผู้ส่งใส่ซองลงไปในจดหมายนั้นๆ ด้วย

ดังนั้นการได้รับจดหมายในยุคนั้นจึงเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญอย่างมาก

และการที่จะส่งไปถึงมือผู้รับนั้นจะต้องมีที่อยู่ บ้านเลขที่ชัดเจน แต่หากเกิด

อุปสรรคระหว่างทาง นายไปรษณีย์โดนเสือขย่ำตายระหว่างทาง

รถขนไปรษณีย์เกิดคว่ำ ฯลฯ อีกมากมายหลายกรณี ซึ่งแน่นอนว่าเป็น

โอกาสที่จะเกิดน้อยมาก


อ้างอิงจาก Links

http://junzoanimate.blogspot.com/2011/01/review-byousoku-5-centimeters-part-2.html


ฉะนั้นจดหมายที่ไปไม่ถึงเหล่านั้นอาจจะสูญสลาย กลายเป็นขยะอยู่ข้างถนน

หรือเป็นซากปุ๋ยใต้โคนต้นไม้ แต่หากเปรียบกับ การสื่อสาร ในปัจจุบันแล้ว

ความรวดเร็วเป็นเรื่องที่สำคัญ ทุกๆอย่างถูกกระทำทุกวิธีทางที่จะทำให้เร็วที่สุด

แม้กระทั้งจดหมาย ซึ่งปัจจุบันจดหมายกลายเป็น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์

(Email) ที่สามารถส่งให้ถึงมือผู้รับได้อย่างฉับไว แต่กระนั้นก็ยังมี Email

บางฉบับที่ไปไม่ถึงมือผู้รับเพราะอาจจะเกิดจากการพิมพ์ Email Address

หรือการตกไปอยู่ในกล่อง Junk ในกรณีที่ไม่ได้ถูกแอดไว้ใน contact list

และถูกระบบรักษาความปลอยภัยทำลายทิ้งสูญสลายหายไปอย่างทาวร...



และเป็นที่น่าเศร้าที่ข้อความในจดหมายข้างต้นไปไม่ถึงจุดหมายของ

มันตามจุดประสงค์ของผู้ส่ง


เรื่องและภาพ : cherishmoon

วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

Deep Inside Myself

เมื่อไร


เสียงกรี้ดร้อง ดังก้อง ในห้องเล็กๆ ฉันล้มตัวลงนอนกองกับพื้น
สิ่งของภายในห้องกระจัดกระจาย ฉันเอื้อมหยีบเศษกระจก

แล้วบรรจงกรีดลงบนผิวหนัง และกดแรงลงลึกถึงบริเวณหัวใจ

น้ำตาไหลมิใช่จากอาการเจ็บจากแผล แต่เป็นความเสียใจ

จากสิ่งที่เรียกว่า "รัก" ใครจะรู้บ้างว่า ฉันทำไมต้องเป็นอย่างนี้

ทนทุกข์ทรมานกับความทรงจำอันแสนเลวร้าย ...


เมื่อไรกัน ที่ฉันจะหายไปจากโลกที่แสนปวดร้าวตรงนี้ เมื่อไรกัน เมื่อไร



ลาก่อน


ฉันใช่มีดกระหน่ำแทงร่างที่อยู่ตรงหน้า ด้วยอาการบ้าคลั้งขาดสติ

ห้องที่เต็มด้วยเลือดกระเซนแดงฉาน ใบหน้าของฉันเปรอะด้วยเลือด

และน้ำตาอาบไหลรินสองแก้ม เบ้าตาที่แดงกล่ำและเชอะแชะด้วยน้ำตา

ฉันเสียใจกับสิ่งที่กำลังกระทำอยู่

แต่ไม่อาจต้านทานแรงแค้นมันมีเหนือยิ่งมากกว่า

ครั้งสุดท้ายฉันทิ่มแทงสุดกำลังตรงกลางหัวใจ

จากนั้นฉันก็โซซัดโซเซหลังพิงผนัง

ร่างกายเริ่มทรุดตัวลงทรุดนั่ง ในตาเมอลอยและพร่ามัว

เปลือกตาค่อยปิดลงอย่างช้าๆ

แล้วฉันก็ล้มตัวลงนอนอย่างไม่มีวันที่จะตื่นขึ้นมาอีก

ฉันมาถึงจุดสุดท้ายของฉันแล้ว

ลาก่อน โลกที่โหดร้าย ลาก่อน ความทรงจำที่ขมขืน

ลาก่อน ความรักที่หลอกลวง ลาก่อน


เรื่องและภาพประกอบ : cherishmoon

วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

Wonderful tonight : ค่ำคืนที่มิอาจลืม



เสียงเพลงแผ่วเบาที่คล้อยตามสายลมมาเสมือนเสียงกระซิบของธรรมชาติ

Wonderful tonight บทเพลงนี้ที่คุ้นหู มันเป็นเพลงของนักกีตาร์ชื่อก้องโลก

Eric Clapton เนินนานเสียจริงๆ ที่ไม่ได้ยินบทเพลงนี้


ผมหยุดยืนแล้วหลับตาลงสักครู่เพื่อระลึกความทรงจำเกี่ยวกับบทเพลงนี้

มันมีบรรยากาศที่หนาวเย็นในฤดูหนาวปลายเดือนธันวาคม แบบวันนี้

ไม่นานนัก ผมก็ลืมตา มันเป็นวันที่ผมขอผู้หญิงคนหนึ่งแต่งงาน

จากนั้นผมเดินตามเสียงเพลงนั้นไป เหมือนร่างกายถูกสะกดด้วยมนต์เสน่ห์

ของบทเพลง เลียงเพลงนั้นดังมาจากในร้านกาแฟเล็กๆ ผมยังจำใบหน้า

ที่อาบไปด้วยน้ำตาด้วยความดีใจ ในถ้อยคำที่ผมบอกเธอ รอยยิ้มของเธอ ริมฝี

ปากสีชมพูอ่อน แล้วรอยจุมพิตยังคงตราตรึงในห้วงแห่งความทรงจำของผม

ผมเดินผ่านร้านกาแฟนั้นไป โดยยังมีเสียงของบทเพลง Wonderful tonight

ลอยตามมาอยู่ ผมตรงไปที่ร้านดอกไม้ สั่งดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่

ผมรู้ว่าเธอชอบ เธอเคยบอกว่ากุหลาบขาวเปรียบเสมือนความรักที่บริสุทธิ์

ซึ่งนั้นก็คือความรักที่ฉันให้คุณเสมอ และมันไม่มีเหตุผลใด

ที่ผมจะไม่เอาไปให้เธอในวันนี้


จากบทเพลงที่ได้ยินทำให้ผมมีความคิดที่จะทำให้วันแห่งความทรงดีๆ

วันนั้นกลับมา เพื่อให้เธอรู้ไว้ว่า ผมยังคงรักเธอเสมอ ผมไม่รีรอที่จะมุ่งหน้า

เดินตรงไปยังร้านขายกีตาร์ ผมหยุดอยู่ที่หน้าร้านเพราะ

สะดุดตากีตาร์สีขาวตัวหนึ่ง ผมคิดว่าตัวนี้ล่ะ เพราะนั้นจะแทนเสียงของความรัก

ที่บริสุทธิ์ของผมที่มีต่อเธอ ผมจะเล่นให้เธอฟัง เพื่อบอกเธอว่าผมรักเธอ

ผมหยุดลงตรงหน้าเธอแล้วบรรจงว่างช่อดอกกุหลาบสีขาวที่เธอชอบ

คุณชอบไหมที่รัก ผมเอามาให้คุณเหมือนทุกครั้ง แต่วันนี้ผมมีพิเศษกว่านั้น

ผมมีบทเพลงที่เราคุ้นเคยกันดีมาเล่นให้คุณฟังด้วย

ผมหวังว่าคุณก็คงยังไม่ลืมเช่นกันจากนั้นก็เริ่มบรรเลง


It's late in the evening
She's wondering what clothes to wear
She puts on her make-up and brushes her long brown hair

And then she asks me do I look alright
And I say yes, you look wonderful tonight

We go to a party(We go out)
And everyone turns to see
This beautiful lady (beautiful lady)

who's walking around with me

And then she asks me do I feel alright
And I say yes, I feel wonderful tonight

I feel wonderful because

I see the love that's right in your eyes.
And the wonder of it all is that you just don't

realise how much I love you

It's time to go home now' yes it is
And I've got an aching head
So I gave her the car keys
And she helped me in to bed

And then I tell her as I turn down the lights
I say darling you were wonderful tonight

You look wonderful,

you're everything I need and more
You look wonderful,

so beautiful tonight
You look wonderful,

you never leave me wanting more
You look wonderful, so beautiful tonight


น้ำตาลแห่งความสุขของผม

หลั่งไหลจากความดีใจที่ได้ทำเพื่อคุณที่รักของผม

แสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า ส่องผ่านสองเราเป็นเงายาว

อากาศที่หนาวเย็นนั้นไม่สามารถจะทำให้หัวใจของผม

ที่มีความรักอันบริสุทธิ์ของคุณอยู่ตลอดเวลา คุณรอผมนะ

แล้วผมจะมานอนเคียงข้างคุณที่สุสานแห่งนี้


“ Oh my darling you were wonderful tonight ”

ความรักมักยิ่งใหญ่สำหรับคนสองคนเมื่อ

ถ้าคนสองคนนั้นเถิดทูลความรักนั้น


เรื่องและภาพประกอบ : cherishmoon

วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ทะเล อิสระ และ ขอบเขต : Real Freedom

ฉันพุ่งกระโจนลงทะเล และดำดิ่งลงสู้ก้นทะเล

ที่ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตใดๆ ณ เวลานี้รอบตัวฉัน

ทุกอย่างมืดมิด ฉันลอยอยู่ใจกลางทะเลลึก
ความคิดที่ฟุ้งซ่านเริ่มหยุดนิ่ง

ความเหน็บหนาวที่รับรู้จากน้ำทะเลค่อยๆ จางหาย
ล่องลอย ไร้การควบคุม ปล่อยใจ ปล่อยกาย

ตามธรรมชาติของทะเล


ร่างกายที่เสมือนไร้วิญญาณ ก็โผล่ขึ้นบนผิวน้ำทะเล
ฉันลอยนิ่งมองดูดวงดาวบนท้องฟ้า

ยามค่ำคืนที่สว่างไสวของดวงดาวนับล้านๆ

ทุกดวงต่างจ้องมองดูสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ชีวิตหนึ่ง

อย่างน่าขบขัน คงต่างพากันนินทากับการกระทำฉัน

เพราะฉันสังเกตุเห็นแสงกระพิบที่ดวงดาว

แต่ละดวงกระพิบส่งหากัน มันไม่ต่างอะไรกับรหัสมอส

ที่เราเคยใช้ในโลกใบนี้


และแล้วร่างของฉันก็จมดิ่งลงสู้ก้นบึ้งของทะเล
ฉันดีใจที่มันเป็นเช่นนั้น…ชีวิตก็แค่นี้
เลือกเกิดไม่ได้ แต่ฉันเลือกที่จะตายได้
มีความสุขจัง ชีวิตเล็กๆของฉัน


.....................................................................
เป็นบทความที่เกิดจากความท้อแท้ในชีวิต เมื่อหลายปีก่อน
ความสับสน สภาพสังคมที่ไม่มีอะไรแน่นอน
ชีวิตไร้จุดมุ่งหมาย จนเสียวหนึ่งอยากจะหายไปจากโลกนี้
มุมมองอีกด้านหนึ่งต่อสิ่งที่ใครๆ เรียกว่า "รัก"

เรื่องและภาพประกอบ: cherishmoon

วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2553

คำนึง ณ ร้านชายชบา


สายฝนพร่ำที่หลั่งหลินลงบนพื้นถนน น้ำฝนที่เจิ่งนองเป็นย่อมๆ

แสงไฟสลัวที่ส่องแสงออกมาจากร้านค้าที่เรียงรายภายในซอย

ซอยเล็กๆนี้เองที่เป็นส่วนเติมเต็มให้กับชีวิตนักศึกษาบางส่วนในมหาวิทยาลัย

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีฉันอยู่ด้วย


ขณะที่ฉันนั่งอยู่ในร้านกาแฟ ร้านชายชบา โดยผู้คนรอบๆ

ข้างต่างก็พากันดำเนินกิจกรรมกันอยู่ บรรยากาศที่สับสนวุ่นวาย

ฉันค่อยๆ ลี่เสียงเหล่านั้นลง เพื่อจะเข้าสู่โลกส่วนตัวด้วยกลิ่นกาแฟหอมๆ

ที่โพยพุ่งออกมาจากแก้วกาแฟโบราณ ควันที่โชยขึ้นแสดงถึงอุณหภูมิภายในแก้ว

เสียงเพลง jazz ที่คลอมาตามสายลมที่แผ่วเบา อากาศเย็นๆ ชื่นๆ

จากฝนที่ตกลงมาพร่ำๆ ตรึงความคิดและจินตนาการของฉันให้หยุด

บรรยากาศตรงนี้ ฉันนั่งอยู่ด้านหลังร้าน มองเหมอออกไปอย่างไร้จุดหมาย

แล้วฉันก็เริ่มปลดปล่อยความคิดและจินตนาการให้ล่องลอยอย่างอิสระ

ไม่นานนักภาพความทรงจำก็ได้ผุดออกมาเป็นระยะๆ

จากความคิดและจินตนาการ มิตรภาพระหว่างเพื่อน

มิตรภาพระหว่างพี่น้อง เกิดขึ้นที่นี้บ่อยครั้ง บ้างก็สุข บ้างก็เศร้า ปะปนกันไป

นึกถึงก็ทำให้ฉันอดยิ้มเสียไม่ได้


ฮืม.. กาแฟรสชาติดีจังวันนี้ ฉันพูดกับตัวเองเบาๆ


สายฝนเริ่มที่จะโปรยปรายหนักขึ้นทุกที ทำให้บรรยากาศที่เคยวุ่นวายนั้น

กลับค่อยๆเงียบลงจนได้ยินเสียงเพลงปนเสียงสายฝน

เสียงสายฝนที่ตกลงกระทบหลังคาสังกะสีเป็นจังหวะอย่างต่อเนื่อง

โต๊ะหน้าร้านที่ถูกสายฝนสาดจนละอองน้ำรวมตัวกันเป็นหยดน้ำเล็กๆ

ต้นโมกดูสดใสและส่งกลิ่นหอมคลุกเคล้ากับกลิ่นไอดิน

ชั่งเป็นกลิ่นที่แปลกแต่ก็ลงตัวอย่างน่าฉงน

ยิ่งมองดูบรรยากาศรอบๆตัวแล้ว ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกเหงาจับใจ

ฉันนั่งอยู่ที่ร้านนั้นอย่างคนไร้ที่ไป นั่งมองผู้คนที่เดินหลบสายฝน

บางคนก็ยืนมองสายฝนด้วยอาการรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ

รอการหยุดของสายฝน แต่ในใจของผู้คนเหล่านั้น กำลังคิดอะไรอยู่

นั้นเป็นสิ่งที่ยากจะคาดเดาได้เลย

ตอนนี้ผู้คนในร้านชายชบาที่บางตานั้นเป็นภาพที่ลงตัวในองค์ประกอบ

ต่างคนต่างมีกิจกรรมทำที่แตกต่างกัน แต่ล้วนอยู่ในสถานะที่เหมือนกันคือ

ทุกคนต่างชื่นชอบกาแฟเช่นเดียวกัน อย่างน้อยในโลกใบใหญ่นี้

ก็ยังดีที่ยังมีพื้นที่เล็กๆ ให้กับกลุ่มคนน้อยๆ

ได้มารวมตัวกันทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ

สายฝนที่ตกลงมาหนักขึ้นทุกทีๆ จนกลบเสียงเพลง jazz

ที่คลออย่างแผ่วเบาหายไปกับเสียงสายฝนกระทบหลังคาสังกะสี

บรรยากาศนี้มันชั่งเป็นมีดที่กำลังกีดลงบนหัวใจฉันอย่างช้าๆ และทารุณ

ดั่งประโยคกินใจจากภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่ว่า


"แผลที่ใหญ่ที่สุดในหัวใจคือ การมีตัวตนอยู่ ประโยคที่ออกมาจากใจ

กับการดำรงอยู่ของชีวิตแต่ละวัน ยิ่งบาดซ้ำรอยแผลให้ยิ่งขยายใหญ่ขึ้น

ความเจ็บปวดรวดร้าว หัวใจที่ถูกบีบให้สลายครั้งแล้วครั้งเล่า

เสียงตะโกนกู่ก้องร้องออกมาว่า

พอแล้ว! พอแล้ว! ฉันไม่อยากจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว"


ข้อความนี้กลายมาเป็นสิ่งตอกย้ำความทรงจำอันแสนปวดร้าวและบาดลึกลง

ไปในเนื้อเยื้อชั้นล่างสุดของหัวใจที่เหี่ยวแห้ง

แล้วชีวิตที่ไร้สิ่งจูงใจจะอยู่ต่อไปเพื่ออะไรกัน

แต่ฉันก็ยังคงต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อสิ่งที่เรียกว่า ความฝัน

ที่ยังเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจที่เหี่ยวแห้งของฉันอยู่และขับเคลื่อนหัวใจ

ร่างกายให้ดำเนินต่อไปในชีวิตประจำวัน


เรื่องและภาพ โดย cherishmoon


เป็นบทความที่เขียนไว้เมื่อหลายปีมาแล้ว

เพื่อระลึกถึงสถานที่ที่มีคุณค่าทางจิตใจ