แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาพประกอบ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาพประกอบ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

cherish (snail)moon



อันเนื่องจากได้ inspiration จากหอยทาก ที่ปีนป่ายตามผนังหลังบ้านในฤดู​ฝน
และด้วยกิริยาการเคลื่อนที่ของห​อยทากที่แสนจะแยบยลระมัดระวัง
และด้วยอารมณ์ขันที่นำเอากิริยาของ​น้องมูน(cherishmoon) มาใส่
เพียงเพราะต้องการจะพยายามเข้าใ​จอารมณ์ของหอยทากตอนถึงจุดหมาย ^^

น้องมูนเอาถุงนอนห่อ "ตัว" เอากล่องกระดาษ "กระดอง"
เอาเสาอากาศโทรทัศน์ทำเป็น "ตา" แล้วพยายามเดิน ^^ ...

เพื่อจุดหมายคือ

"ขนม"

เรื่องและภาพประกอบ : cherishmoon

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ดาวน้อย ไร้แรงใจ

คงต้องขออภัยท่านที่รออ่านเรื่องราวของ cherishmoon นะครับ
เพราะต้องทำหน้าที่ลูกชายในศาสนาพุทธ ด้วยการบวชคืนคุณบิดามารดา
ประกอบกับเจอเรื่องด้านจิตใจอย่างมาก เรื่องในเดือนนี้จึงค่อนข้างเศร้า
เพราะมันมาจากความรู้สึกเศร้าจริงๆ ในตอนนั้น ขอบคุณทุกท่านที่ติชมมา ณ ที่นี้


ฉันเคยเป็นดาวดวงหนึ่ง ที่ส่องแสงสกาวบนท่องนภา
แสงจากตัวฉัน ฉันคิดเสมอว่า มันไม่เคยด้อยกว่าใครในท้องนภานี้
พลังอันอบอุ่นจากแสงของฉัน
มันทำให้สิ่งต่างๆ รอบๆ ตัวฉัน เริงร่า และมีความสุข
และฉันก็มีความสุขเสมอเหมือนสิ่งรอบๆ ตัวบนท้องฟ้านี้

ฉันโคจรล่องลอยในท้องนภา จนมาพบแรงดึงดูด
อันที่ผิดแปลกไปจากที่เคยเจอะเจอ
แรงดึงดูดนั้นมาจากดวงพระจันทร์แสงเหลืองนวล และอบอุ่น
หากดวงพระจันทร์สวยงามยามค่ำคืน และผ่องใสเวลากลางวันที่ไร้เมฆ
ด้วยแรงดึงดูดนั้น ฉันโคจรรอบๆ ดวงพระจันทร์ และดวงพระจันทร์ก็โคจรรอบๆ
ตัวฉันหากเวลาทุกวินาที หากเวลาทุกนาที หากเวลาทุกชั่วโมง
และหากเวลาทุกวันที่อยู่ใกล้ๆนั้น
มันยิ่งทำให้ฉันมีแสงที่ส่องสกาวนวลผ่องมากขึ้นเรื่อยๆ

นั่นหรือเป็นเพราะ "ความสุข" ...

แต่ที่ใครๆ หลายคนเคยพูดไว้ว่า "ความสุข" มันมักผ่านไปรวดเร็วเสมอ
ด้วยอะไรบางอย่างที่ทำให้แรงดึงดูด
ของฉันและดวงพระจันทร์ เริ่มอ่อนแรง
ดวงพระจันทร์ดูเปลี่ยนไป แสงนวลสวยเริ่มอ่อนลง
หรือจะเป็นฉันที่เริ่มห่างไกลออกไป
ฉันเริ่มรู้สึกตัวว่าไกลออกมาจากดวงพระจันทร์
และดวงพระจันทร์จากที่ฉันมองค่อยเริ่มเล็กลงๆ
ฉันพยายามเร่งแรงดึงดูดของฉันอย่างสุดกำลัง
เพื่อให้ได้อยู่ในวงโคจรของดวงพระจันทร์
แต่กระนั้นฉันก็รู้ตัวช้าไปเสียแล้ว
และมันก็ไกลเกินกำลังของฉันฉันกำลังหมดแรง ฉันหมดกำลังใจ
แสงสว่างที่เคยสุขสกาวก็เริ่มค่อยๆ มอดและหริบหรี่ลง
ไม่นานนัก กำลัง แรงใจ ของฉันก็ค่อยๆ หมดลง
ฉันคอยๆ ลอยล่วงลงสู่พื้น...พสุธา

ยามที่รู้สึกตัว ฉันค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆ
และก็รู้สึกได้ว่าตัวเองนั้น จมอยู่ในหลุมเล็กๆ
พอดีตัวหากเพียงแต่หลุมเล็กๆนั้น ฉันในตอนนี้ก็ยังไม่มีเรี่ยวแรง
แม้จะกลิ้งให้โผล่พ้นออกมาฉันกำลังหมดแรงใจในทุกๆอย่าง
เปลือกตาฉันกำลังจะปิดลง หากเปลือกตาฉันปิดลงในคราวนี้...
ฉันก็ไม่มีโอกาสได้เปิดมันอีกเป็นครั้งที่สองหากเป็นเช่นนั้น
ฉันก็จะกลายเป็นเพียงก้อนหินก้อนหนึ่งบนผืนพสุธา

ฉันคิดถึงท้องฟ้าเหลือเกิน และฉันก็คิดถึงดวงพระจันทร์...ดวงนั้น เหลือเกิน

writer by cherishmoon

proofread by amornrat

วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2552

เพื่อนของข้าพเจ้าและเชอริสมูน

อีเมล์จากเพื่อนคนหนึ่งที่เคยพบปะกับ cherishmoon และพูดคุยกันในเรื่องต่างๆ
เค้าเป็นคนที่ค่อนข้างเห็นการเติมโตของ cherishmoon มาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
หลังจากอ่านข้อความที่ส่งมา เลยตัดสินใจนำเนื้อหาในอีเมล์มานำเสนอ นั้นคืออีก
แง่มุมหนึ่งของ ผู้ที่มอง cherishmoon เลยนำเอาภาพ cherishmoon ภาพแรก
มาประกอบกับบทความนี้



ก่อนจะเลยข้ามเที่ยงคืนของชีวิตและวันใหม่ ข้าำพเจ้าแลมองเหล้าปลายขวด
มันนอนกลิ้งปนอยู่กับน้ำแข็งในแก้วอำพัน และไม่รีรอ ก่อนยกกรอกปาก
ร้อนวาบในคอทุกข์ทนแต่ชื่นใจ

ชื่นใจ - ในความหมายว่าโลกนั้นเปลี่ยนสี ในความหมายว่าท่วงทำนองเพลงในหัวใจมันเต้นระบำ
ชื่นใจ - ในกลาง คืนและยำพร่าเนื้อรสชาดฝืดเปรี้ยว

"มึงเริ่มพรุ่งนี้เลย" เพื่อนข้าพเจ้าคนหนึ่งว่า
"เลยพรุ่งนี้ไป แล้วจะสาย"ข้าพเจ้าเข้าใจดีว่าเขาหมายถึงการเริ่มเขียนหนังสือ(อีกหน)ของข้าพเจ้า
หลังจากไม่ได้จับปากกามาเกือบสองปีนัยตาเพื่อนมันดูมุ่งมั่น
แม้จะไม่ได้จ้องมองนัยตาข้าพเจ้านานเกินครึ่งของครึ่งนาที

ข้าพเจ้านึกถึงสิ่งที่มันทำ - โปสการ์ด - เชอริสมูน
(หญิงอ้วนอารมร์ดีที่เพื่อนข้าำพเจ้าสร้างขึ้นมาและกำลังหาโลกใบใหม่ให้หล่อนได้อาศัยอยู่)

ข้าพเจ้าไม่คิดพูดอะไรในจังหวะนั้น
"กูหาโลกให้หล่อนอยู่ทุกวัน" เขาหมายถึงเชอริสมูน
"วันนึงกูจะชวนหล่อนมาอยู่กับเรา บนโลกใบนี้ตอนนี้หล่อนท่องเที่ยวอยู่ในโลกตาข่ายไร้สาย"

"มีคนคบหารู้จักหล่อนบ้างมั๊ย?" ข้าพเจ้าถาม
"มีซิ หล่อนชอบรู้จักคนเยอะๆ และคอยส่งยิ้มด้วยใบหน้าอ้วนๆให้พวกเขาผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์"

"มึงไม่หวงหล่อนรึ? สร้างมากับมือเชียวนา" ข้าพเจ้าถามอีก
เพื่อนข้าพเจ้าพ่นควันบุหรี่ส่ายไปมา"หวง.. แต่หล่อนเิดินบนอากาศ"

"มึงหมายความว่าหล่อนไม่เิดินบนดิน?"
"อืม.. หล่อนไม่ใช่มนุษย์อย่างเราๆนี่หว่า"เพื่อนข้าพเจ้าพ่นควันออกมาอีกรอบก่อนมองหน้าข้าำพเจ้า

"ต้องเริ่มพรุ่งนี้เลย บางทีมึงอาจเข้าใจว่าการหวงสิ่งที่เดินบนดินแตกต่างอย่างไรกับการหวงสิ่งที่เดินบนอากาศ"

ข้าพเจ้านิ่งเพียงครู่ บางทีตัวหนังสืออาจเดินบนอากาศ
เช่นเดียวกับหญิงอ้วนเชอริสมูนหรือตัวหนังสืออาจจะเดินบนกระดาษ หรืออาจเดินหน้าจอคอมพ์ ?

"แล้วมึงจะแน่ในได้อย่างไรว่ามึงเป็นมนุษย์ที่เดินเล่นอยู่บนดิน?"
เพื่อนข้าพเจ้าถามเหมือนรู้ความคิดข้าพเจ้า

"กูคงไม่รู้" ข้าพเจ้าว่า "แต่กูแน่ใจว่าวันนึงมึงต้องเดินบนอากาศไปกับเชอริสมูน"

"และมันก็ไม่แน่ว่าวันนึงกูก็อาจเห็นมึงเดินบนกระดาษกับใครบางคน
อาจเป็นตาแก่ผู้ทุกข์ทน แม่บ้านผู้กดดันและเปลี่ยวเหงาวัยรุ่นหลงผิด
เจ้าหญิงใต้แสงจันทร์หรือกระต่ายน้อยจอมตื่นตูม"

"ขอบใจ มึงช่ีวยเปิดหูเปิดตากู และกูยกย่องมึงเป็นผู้จุดคบไฟในปะทุในหัวใจเฉื่อยชาของกู"

"แล้วเืชื้อไฟมึงมอดไปหรือยังล่ะ?" เพื่อนข้าพเจ้าจุดบุหรี่อีกรอบ
ข้าพเจ้านึกกระหายควันบ้าง จึงคีบบุหรี่ใส่มือหนึ่งมวน

"มา...." เพื่อนข้าพเจ้าจุดไฟพร้อมป้องมือมาใกล้ๆใบหน้าของข้าพเจ้า

"ไม่ต้อง.... กูจุดเอง"ข้าพเจ้ารับไฟมาจุดเอง ก่อนละเลียดควันบุหรี่มวนแรกของวันใหม่
ผ่านพ้นเที่ยงคืนไปพร้อมกับเพื่อนของข้าพเจ้าและเชอริสมูนของเขา

เรื่องโดย ปรัชญา บนดิน adrumer_24@hotmail.com
ภาพประกอบโดย Cherishmoon

วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2552

จรวดกระดาษ



สายลมเป็นใจ...
ความกดอากาศกำลังเหมาะ...
จิตใจล่ะ... “เข้มแข็งมั้ย”

แน่นอน ฉันในฐานะนักบิน ฉันจะต้องโบยบินอย่างสง่างามฉันบรรจง
ละเมียดทุกกลเม็ด ในการพับจรวดของฉัน
เพื่อสมดุลที่เท่าเทียมทั้งซ้ายขวาและหน้าหลังสมาธิฉันแน่วแน่
ทุกนิ้วที่กดรีดในรอยพับ

จรวดกระดาษที่สมบูรณ์ในทุกจุด
หากล่อนอย่างอ่อนไหวตามน้ำหนักและสายลม
จรวดที่ตั้งใจพับโดยใส่เทคนิคที่คิดว่าแจ๋วกว่าใครในโลกนี้

ถูกบรรจงส่งแรงเหวี่ยงที่นุ่มนวล ท่วงท่าในล่องลอย
ร่ายส่ายลม เชไปซ้ายที เชไปขวาที แล้วก็ค่อยๆ ถลาลงอย่างนุ่มนวล

อืมอย่างน้อยฉันก็เคยได้บินด้วยตัวเอง

เรื่องและภาพประกอบโดย cherishmoon