
วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2555
All

วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2555
วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2554
Hope (ความหวัง)
Description: เพื่อระลึกถึงผู้เสียชีวิตใ

Description: จากเหตุการณ์อุทกภัยในภาคใต
วันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
好きだ [su-ki-da] มากมายความหมาย

วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554
จากสมุดบันทึกที่คิด "จะเผาทิ้ง"
จากการเก็บห้องจัดหนังสือและเอกสารต่างๆ ก็ดันพบสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง



วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554
จดหมายที่สาปสูญ : Lost email

อ้างอิงจาก Links
One more time, One more chance
เธอรู้สึกบ้างมั้ยเวลาที่เธออยู่กับฉัน รู้สึกว่า... มีอะไรหลายๆ อย่างคล้ายๆ กัน
ฉันไม่รู้ว่าเธอรู้ว่าฉันรู้สึกอย่างไรมั้ย แต่ฉันรู้สึก...
จากความคล้ายกันมันทำให้เราเข้าใจกัน โดยไม่ต้องเปล่งเสียงพูดหรือเขียน
เป็นประโยค เพียงเรามองตา แววตานำพาเราเข้าไปในความรู้สึก ณ เวลานั้น
มันบรรยายถึงสภาวะจิตใจกับเหตุการณ์ที่ประสบอย่างพรั่งพรู
หรือนั้นเป็นเพียงฉันที่รู้สึกไปเองคนเดียว
จากการพบกันครั้งแรก เธอมีอะไรหลายๆ อย่างที่คล้ายกับฉัน
จากนั้นสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราก็มีส่วนช่วยสร้างความสัมพันธ์นี้ขึ้นมา
ฉันมักหวังไว้ลึกๆ ว่าเราจะได้อยู่ด้วยกัน
แต่แล้วสิ่งที่ฉันหวังไว้มันก็พังทลาย ในวันที่เราต้องจากกัน
ถึงจะปฏิเสธมันอย่างไร มันก็ไม่เป็นผลเพราะความกล้าของฉันไม่เพียงพอ
ที่จะแหวกกฏเกณท์ต่างๆ ทางสังคมความเสียใจที่แสดงออกมา
เป็นน้ำตาที่ไหลรินอาบสองแก้ม...
ขอให้เพียง เธอรู้ว่าฉันรู้สึกอย่างไร และแสดงสิ่งที่เธอรู้สึกให้ฉันรู้
แล้วเราจะให้สิ่งนั้นเป็นพลังก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปด้วยกัน
ฉัน…
every day, every night, i will say "i miss you"
การสื่อสารโดย โทรเลข จดหมาย เคยมีความสำคัญอย่างมากใน
ยุคเกษตรกรรมของเมืองไทย เนื่องจากระยะทางและการคมนาคม
ยังลำบากมาก การที่จดหมายฉบับหนึ่งจะไปถึงมือรู้รับได้ ต้องใช้ทั้งเวลา
และยังแบกเอาความรู้สึกของผู้ส่งใส่ซองลงไปในจดหมายนั้นๆ ด้วย
ดังนั้นการได้รับจดหมายในยุคนั้นจึงเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญอย่างมาก
และการที่จะส่งไปถึงมือผู้รับนั้นจะต้องมีที่อยู่ บ้านเลขที่ชัดเจน แต่หากเกิด
อุปสรรคระหว่างทาง นายไปรษณีย์โดนเสือขย่ำตายระหว่างทาง
รถขนไปรษณีย์เกิดคว่ำ ฯลฯ อีกมากมายหลายกรณี ซึ่งแน่นอนว่าเป็น
โอกาสที่จะเกิดน้อยมาก

อ้างอิงจาก Links
ฉะนั้นจดหมายที่ไปไม่ถึงเหล่านั้นอาจจะสูญสลาย กลายเป็นขยะอยู่ข้างถนน
หรือเป็นซากปุ๋ยใต้โคนต้นไม้ แต่หากเปรียบกับ การสื่อสาร ในปัจจุบันแล้ว
ความรวดเร็วเป็นเรื่องที่สำคัญ ทุกๆอย่างถูกกระทำทุกวิธีทางที่จะทำให้เร็วที่สุด
แม้กระทั้งจดหมาย ซึ่งปัจจุบันจดหมายกลายเป็น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์
(Email) ที่สามารถส่งให้ถึงมือผู้รับได้อย่างฉับไว แต่กระนั้นก็ยังมี Email
บางฉบับที่ไปไม่ถึงมือผู้รับเพราะอาจจะเกิดจากการพิมพ์ Email Address
หรือการตกไปอยู่ในกล่อง Junk ในกรณีที่ไม่ได้ถูกแอดไว้ใน contact list
และถูกระบบรักษาความปลอยภัยทำลายทิ้งสูญสลายหายไปอย่างทาวร...

และเป็นที่น่าเศร้าที่ข้อความในจดหมายข้างต้นไปไม่ถึงจุดหมายของ
มันตามจุดประสงค์ของผู้ส่ง
เรื่องและภาพ : cherishmoon
วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2552
เพื่อนของข้าพเจ้าและเชอริสมูน
เค้าเป็นคนที่ค่อนข้างเห็นการเติมโตของ cherishmoon มาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
หลังจากอ่านข้อความที่ส่งมา เลยตัดสินใจนำเนื้อหาในอีเมล์มานำเสนอ นั้นคืออีก
แง่มุมหนึ่งของ ผู้ที่มอง cherishmoon เลยนำเอาภาพ cherishmoon ภาพแรก
มาประกอบกับบทความนี้

ก่อนจะเลยข้ามเที่ยงคืนของชีวิตและวันใหม่ ข้าำพเจ้าแลมองเหล้าปลายขวด
มันนอนกลิ้งปนอยู่กับน้ำแข็งในแก้วอำพัน และไม่รีรอ ก่อนยกกรอกปาก
ร้อนวาบในคอทุกข์ทนแต่ชื่นใจ
ชื่นใจ - ในความหมายว่าโลกนั้นเปลี่ยนสี ในความหมายว่าท่วงทำนองเพลงในหัวใจมันเต้นระบำ
ชื่นใจ - ในกลาง คืนและยำพร่าเนื้อรสชาดฝืดเปรี้ยว
"มึงเริ่มพรุ่งนี้เลย" เพื่อนข้าพเจ้าคนหนึ่งว่า
"เลยพรุ่งนี้ไป แล้วจะสาย"ข้าพเจ้าเข้าใจดีว่าเขาหมายถึงการเริ่มเขียนหนังสือ(อีกหน)ของข้าพเจ้า
หลังจากไม่ได้จับปากกามาเกือบสองปีนัยตาเพื่อนมันดูมุ่งมั่น
แม้จะไม่ได้จ้องมองนัยตาข้าพเจ้านานเกินครึ่งของครึ่งนาที
ข้าพเจ้านึกถึงสิ่งที่มันทำ - โปสการ์ด - เชอริสมูน
(หญิงอ้วนอารมร์ดีที่เพื่อนข้าำพเจ้าสร้างขึ้นมาและกำลังหาโลกใบใหม่ให้หล่อนได้อาศัยอยู่)
ข้าพเจ้าไม่คิดพูดอะไรในจังหวะนั้น
"กูหาโลกให้หล่อนอยู่ทุกวัน" เขาหมายถึงเชอริสมูน
"วันนึงกูจะชวนหล่อนมาอยู่กับเรา บนโลกใบนี้ตอนนี้หล่อนท่องเที่ยวอยู่ในโลกตาข่ายไร้สาย"
"มีคนคบหารู้จักหล่อนบ้างมั๊ย?" ข้าพเจ้าถาม
"มีซิ หล่อนชอบรู้จักคนเยอะๆ และคอยส่งยิ้มด้วยใบหน้าอ้วนๆให้พวกเขาผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์"
"มึงไม่หวงหล่อนรึ? สร้างมากับมือเชียวนา" ข้าพเจ้าถามอีก
เพื่อนข้าพเจ้าพ่นควันบุหรี่ส่ายไปมา"หวง.. แต่หล่อนเิดินบนอากาศ"
"มึงหมายความว่าหล่อนไม่เิดินบนดิน?"
"อืม.. หล่อนไม่ใช่มนุษย์อย่างเราๆนี่หว่า"เพื่อนข้าพเจ้าพ่นควันออกมาอีกรอบก่อนมองหน้าข้าำพเจ้า
"ต้องเริ่มพรุ่งนี้เลย บางทีมึงอาจเข้าใจว่าการหวงสิ่งที่เดินบนดินแตกต่างอย่างไรกับการหวงสิ่งที่เดินบนอากาศ"
ข้าพเจ้านิ่งเพียงครู่ บางทีตัวหนังสืออาจเดินบนอากาศ
เช่นเดียวกับหญิงอ้วนเชอริสมูนหรือตัวหนังสืออาจจะเดินบนกระดาษ หรืออาจเดินหน้าจอคอมพ์ ?
"แล้วมึงจะแน่ในได้อย่างไรว่ามึงเป็นมนุษย์ที่เดินเล่นอยู่บนดิน?"
เพื่อนข้าพเจ้าถามเหมือนรู้ความคิดข้าพเจ้า
"กูคงไม่รู้" ข้าพเจ้าว่า "แต่กูแน่ใจว่าวันนึงมึงต้องเดินบนอากาศไปกับเชอริสมูน"
"และมันก็ไม่แน่ว่าวันนึงกูก็อาจเห็นมึงเดินบนกระดาษกับใครบางคน
อาจเป็นตาแก่ผู้ทุกข์ทน แม่บ้านผู้กดดันและเปลี่ยวเหงาวัยรุ่นหลงผิด
เจ้าหญิงใต้แสงจันทร์หรือกระต่ายน้อยจอมตื่นตูม"
"ขอบใจ มึงช่ีวยเปิดหูเปิดตากู และกูยกย่องมึงเป็นผู้จุดคบไฟในปะทุในหัวใจเฉื่อยชาของกู"
"แล้วเืชื้อไฟมึงมอดไปหรือยังล่ะ?" เพื่อนข้าพเจ้าจุดบุหรี่อีกรอบ
ข้าพเจ้านึกกระหายควันบ้าง จึงคีบบุหรี่ใส่มือหนึ่งมวน
"มา...." เพื่อนข้าพเจ้าจุดไฟพร้อมป้องมือมาใกล้ๆใบหน้าของข้าพเจ้า
"ไม่ต้อง.... กูจุดเอง"ข้าพเจ้ารับไฟมาจุดเอง ก่อนละเลียดควันบุหรี่มวนแรกของวันใหม่
ผ่านพ้นเที่ยงคืนไปพร้อมกับเพื่อนของข้าพเจ้าและเชอริสมูนของเขา
เรื่องโดย ปรัชญา บนดิน adrumer_24@hotmail.com















