แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทความ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทความ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

cherish (snail)moon



อันเนื่องจากได้ inspiration จากหอยทาก ที่ปีนป่ายตามผนังหลังบ้านในฤดู​ฝน
และด้วยกิริยาการเคลื่อนที่ของห​อยทากที่แสนจะแยบยลระมัดระวัง
และด้วยอารมณ์ขันที่นำเอากิริยาของ​น้องมูน(cherishmoon) มาใส่
เพียงเพราะต้องการจะพยายามเข้าใ​จอารมณ์ของหอยทากตอนถึงจุดหมาย ^^

น้องมูนเอาถุงนอนห่อ "ตัว" เอากล่องกระดาษ "กระดอง"
เอาเสาอากาศโทรทัศน์ทำเป็น "ตา" แล้วพยายามเดิน ^^ ...

เพื่อจุดหมายคือ

"ขนม"

เรื่องและภาพประกอบ : cherishmoon

วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2554

พื้นที่ของความรักคืออะไร sphere of love

ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน ซึ่งแน่นอนปัจจุบันนี้ ถ้าจะบอกว่าความรักเป็นเรื่องของผู้หญิงกับผู้ชาย
คงไม่พูดได้ไม่เต็มปากเต็มคำนัก เนื่องจากเสรีเรื่องความรักกับเพศของมนุษย์ได้ก้าว
ข้ามกรอบทางกายภาพไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว

และคุณเคยตั้งข้อสังเกตุมั้ยว่า คนสองคนใช้ความรักที่ใต หรืออะไรเป็นพื้นที่ของความรัก

ความรักเป็นเรื่องนามธรรม ไม่มีตัวตนให้สัมผัส แต่ก็สามารถรู้สึกได้ ในหลักปรัชญาจิตนิยม
ในทางวิทยาศาสตร์ ความรักเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า อ๊อคซิโทซิน (oxytocin)

แล้วพื้นที่ของความรักละ คือ ที่ไหน มีขนาดเท่าไร สามารถวัดได้มั้ย จากข้อสงสัยดังกล่าว
จึงได้ลองวิเคราะห์เปรียบเทียบกับพฤติกรรมมนุษย์ที่ได้พื้นที่ร่วมกันในสังคม พบเจอ
และปฏิสัมพันธ์กันในกิจกรรมต่างๆ เช่น ถนน สวนสาธารณะ ออฟฟิต โรงเรียน สถานีรถไฟฟ้า ฯลฯ

ดังนั้นพื้นที่ของความรักควรน่าจะเป็น พื้นที่ของคนสองคนที่จะใช้ความรัก เป็นห้องนอน เป็นร้านกาแฟ
เป็นชายหาด เป็นริมแม่น้ำ และสถานทีอื่นๆ ยังงั้นหรือ แต่นั้นเป็นกรณีที่คนสองคนอยู่ใกล้ๆ กัน
แต่ถ้าหากอยู่ไกลกัน แล้วพื้นที่ความรักอยู่ที่ไหนกัน คนสองคนนั้นเอาพื้นที่ที่ไหนใช้ความรัก หรือจริงๆ
แล้วพื้นที่ความรักก็เป็นนามธรรมเช่นเดียวกับความรัก งั้นขนาดมันก็คงใหญ่ตามจินตนาการที่จะคิดได้

หรือเราแค่หลับตา เราก็เห็นพื้นที่ของความรักแล้ว...

วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ละเลมในความรู้สึก(ตัวเอง)

ทุกคนอยากเป็นสุข แต่การจะเป็นอย่างนั้นได้
แรกสุด เขาต้องเข้าใจว่า "ความสุข" คืออะไร

ฌอง-ฌาคส์ รูสโซ

เปิดด้วย คำกล่าวของ ฌอง-ฌาคส์ รูสโซ นักปรัชญาสังคมชาวสวิส
ความสุขคือการปลดปล่อยทุกส่ิง ละทิ้งอดีต ไม่คาดหวังในอนาคต
หยุดเพื่อเริ่ม มองตัวเอง เข้าใจตัวเอง เพราะความสุขเป็นโครงสร้างสังคม
เราต่างแสวงหามัน อย่างปกปิดหรือโดยเปิดเผย และเมื่อค้นพบ
ความสุขแล้ว หล่อเลี้ยงมันและคงมัน ไว้คือความต้องการพื้นฐานของชีวิต
ซึ่งถ้าปราศจากมันแล้ว ชีวิตจะอับเฉา โง่เขลา เหงาหงอย
และไร้ความหมาย ตามความเข้าใจและการตีความ

จากการเดินทางกลับบ้านในปลายเดือนสิงหาคมเป็นช่วงของฤดูฝน
ที่โปรยปราย ทุกอย่างชุ่มฉ่ำ ต้นไม้เขียวขจี จากเส้นทางเชียงใหม่
ปลายทางตะหานหิน ผ่านเส้นทางที่คุ้นเคย แต่ครั้งนี้ได้ต่างออกไป
จากทุกครั้งที่ผ่านมา บรรยากาศรอบๆ ที่ชุ่มฉ่ำจากเม็ดฝนที่โปรยปราย
ทำให้สิ่งแวดรอบริมข้างทางเผยชีวิตชีวาสดใสเป็นพิเศษ
หมอกลอยเอื่อยเรียบช่องเขา ใบไม้พลิ้วไหวยามต้องเม็ดฝน
ลมเย็นที่ผ่านช่องกระจก บทเพลงเนื้อหาและทำนองโดนใจ
แสงแสดยามเย็นช่วงตะวันลับขอบฟ้า ความสลัวบังเกิดเห็นจุด
ของแสงไฟประดิษฐ์ บ้างหยุดนิ่ง บ้างเคลื่อนไหวเป็นเส้นสาย
นั้นทำให้เกิดเป็นความสุขผ่านการละเลมบรรยากาศของโลก
หากมองสิ่งรอบตัวสักนิดก็จะพบว่ารายละเอียดของความสุข
แทรกแฝงตัวอยู่ในทุกสรรพสิ่ง


ขากลับในเช้าวันรุ่งขึ้น ผ่านการเดินทางโดยรถไฟ จากสถานีตะพานหิน
ไปสถานีเชียงใหม่ นั้นทำให้ตัวเองมีเวลาที่จะสังเกตุ คิด ทบทวน
เรื่องราวมากมาย ได้อ่านหนังสือจากรุ่นพี่
ที่ชื่อว่า “อิสระภาพเกิดขึ้นเมื่อคุณไม่รู้ (Freedom From The Known)"
โดย จ.กฤษณมูรติ


ได้มองธรรมชาติผ่านช่องหน้าต่างรถไฟ เห็นต้นไม้ สัตว์ คน เมือง สังคม
แล้วปล่อยใจไปกับตัวหนังสือและจินตนาการ ...

"ต้องใส่ใจอย่างเต็มที่ต่อโครงสร้างทั้งหมดของความสุขเพลิดเพลิน
มิใช้ตัดความสุขเพลิดเพลินออกไปอย่างที่พระหรือนักบวชกระทำ
แต่ต้องเป็นการมองเห็นความหมายและนัยทั้งหมดของความเพลิดเพลินนั้น
และคุณจะมีปีติสุขอย่างมากในชีวิต" จ.กฤษณมูรติ

วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2552

เพื่อนของข้าพเจ้าและเชอริสมูน

อีเมล์จากเพื่อนคนหนึ่งที่เคยพบปะกับ cherishmoon และพูดคุยกันในเรื่องต่างๆ
เค้าเป็นคนที่ค่อนข้างเห็นการเติมโตของ cherishmoon มาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
หลังจากอ่านข้อความที่ส่งมา เลยตัดสินใจนำเนื้อหาในอีเมล์มานำเสนอ นั้นคืออีก
แง่มุมหนึ่งของ ผู้ที่มอง cherishmoon เลยนำเอาภาพ cherishmoon ภาพแรก
มาประกอบกับบทความนี้



ก่อนจะเลยข้ามเที่ยงคืนของชีวิตและวันใหม่ ข้าำพเจ้าแลมองเหล้าปลายขวด
มันนอนกลิ้งปนอยู่กับน้ำแข็งในแก้วอำพัน และไม่รีรอ ก่อนยกกรอกปาก
ร้อนวาบในคอทุกข์ทนแต่ชื่นใจ

ชื่นใจ - ในความหมายว่าโลกนั้นเปลี่ยนสี ในความหมายว่าท่วงทำนองเพลงในหัวใจมันเต้นระบำ
ชื่นใจ - ในกลาง คืนและยำพร่าเนื้อรสชาดฝืดเปรี้ยว

"มึงเริ่มพรุ่งนี้เลย" เพื่อนข้าพเจ้าคนหนึ่งว่า
"เลยพรุ่งนี้ไป แล้วจะสาย"ข้าพเจ้าเข้าใจดีว่าเขาหมายถึงการเริ่มเขียนหนังสือ(อีกหน)ของข้าพเจ้า
หลังจากไม่ได้จับปากกามาเกือบสองปีนัยตาเพื่อนมันดูมุ่งมั่น
แม้จะไม่ได้จ้องมองนัยตาข้าพเจ้านานเกินครึ่งของครึ่งนาที

ข้าพเจ้านึกถึงสิ่งที่มันทำ - โปสการ์ด - เชอริสมูน
(หญิงอ้วนอารมร์ดีที่เพื่อนข้าำพเจ้าสร้างขึ้นมาและกำลังหาโลกใบใหม่ให้หล่อนได้อาศัยอยู่)

ข้าพเจ้าไม่คิดพูดอะไรในจังหวะนั้น
"กูหาโลกให้หล่อนอยู่ทุกวัน" เขาหมายถึงเชอริสมูน
"วันนึงกูจะชวนหล่อนมาอยู่กับเรา บนโลกใบนี้ตอนนี้หล่อนท่องเที่ยวอยู่ในโลกตาข่ายไร้สาย"

"มีคนคบหารู้จักหล่อนบ้างมั๊ย?" ข้าพเจ้าถาม
"มีซิ หล่อนชอบรู้จักคนเยอะๆ และคอยส่งยิ้มด้วยใบหน้าอ้วนๆให้พวกเขาผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์"

"มึงไม่หวงหล่อนรึ? สร้างมากับมือเชียวนา" ข้าพเจ้าถามอีก
เพื่อนข้าพเจ้าพ่นควันบุหรี่ส่ายไปมา"หวง.. แต่หล่อนเิดินบนอากาศ"

"มึงหมายความว่าหล่อนไม่เิดินบนดิน?"
"อืม.. หล่อนไม่ใช่มนุษย์อย่างเราๆนี่หว่า"เพื่อนข้าพเจ้าพ่นควันออกมาอีกรอบก่อนมองหน้าข้าำพเจ้า

"ต้องเริ่มพรุ่งนี้เลย บางทีมึงอาจเข้าใจว่าการหวงสิ่งที่เดินบนดินแตกต่างอย่างไรกับการหวงสิ่งที่เดินบนอากาศ"

ข้าพเจ้านิ่งเพียงครู่ บางทีตัวหนังสืออาจเดินบนอากาศ
เช่นเดียวกับหญิงอ้วนเชอริสมูนหรือตัวหนังสืออาจจะเดินบนกระดาษ หรืออาจเดินหน้าจอคอมพ์ ?

"แล้วมึงจะแน่ในได้อย่างไรว่ามึงเป็นมนุษย์ที่เดินเล่นอยู่บนดิน?"
เพื่อนข้าพเจ้าถามเหมือนรู้ความคิดข้าพเจ้า

"กูคงไม่รู้" ข้าพเจ้าว่า "แต่กูแน่ใจว่าวันนึงมึงต้องเดินบนอากาศไปกับเชอริสมูน"

"และมันก็ไม่แน่ว่าวันนึงกูก็อาจเห็นมึงเดินบนกระดาษกับใครบางคน
อาจเป็นตาแก่ผู้ทุกข์ทน แม่บ้านผู้กดดันและเปลี่ยวเหงาวัยรุ่นหลงผิด
เจ้าหญิงใต้แสงจันทร์หรือกระต่ายน้อยจอมตื่นตูม"

"ขอบใจ มึงช่ีวยเปิดหูเปิดตากู และกูยกย่องมึงเป็นผู้จุดคบไฟในปะทุในหัวใจเฉื่อยชาของกู"

"แล้วเืชื้อไฟมึงมอดไปหรือยังล่ะ?" เพื่อนข้าพเจ้าจุดบุหรี่อีกรอบ
ข้าพเจ้านึกกระหายควันบ้าง จึงคีบบุหรี่ใส่มือหนึ่งมวน

"มา...." เพื่อนข้าพเจ้าจุดไฟพร้อมป้องมือมาใกล้ๆใบหน้าของข้าพเจ้า

"ไม่ต้อง.... กูจุดเอง"ข้าพเจ้ารับไฟมาจุดเอง ก่อนละเลียดควันบุหรี่มวนแรกของวันใหม่
ผ่านพ้นเที่ยงคืนไปพร้อมกับเพื่อนของข้าพเจ้าและเชอริสมูนของเขา

เรื่องโดย ปรัชญา บนดิน adrumer_24@hotmail.com
ภาพประกอบโดย Cherishmoon

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2551

6 Tip Sleeping



ผมได้มีโอกาสอ่านบทความดีๆ เกี่ยวกับการพักผ่อน โดยการนอนหลับจากเว็บไซท์
ทำให้ไอเดียสนุกๆ ผุดออกมา เลยลงมือจับปากกาวาด chreishmoon
กำลังมีความสุขกับการนอนหลับ (ไม่รู้จะฝันดีด้วยหรือเปล่า อิอิ)

ก็ไม่รู้ว่า คนที่แวะมาดูจะดูแล้วมีความสุขไปกับภาพนี้ของ cherishmoon รึเปล่าหน่า!
แล้วก็ยังนำสาระดีๆ มาฝากด้วยนะครับ

6 วิธีเพื่อการนอนหลับที่ดี
การนอนหลับเป็น การพักผ่อนที่ดีที่สุด แต่ถ้าคุณนอนไม่หลับอาจมีปัญหาหลายอย่าง
ตามมาในวันรุ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาการ อ่อนเพลีย เศร้าซึม ไม่สดชื่น และทำให้เป็นรอยย่น
บนใบหน้าได้ ฉะนั้นเรามีวิธีแนะนำให้ท่านดังต่อไปนี้

1. พยายามเข้านอนในเวลาเดียวกันทุกคืน และตื่นในเวลาเดียวกันทุกเช้า
2. เลือก กิจกรรมสบาย ๆ ที่สามารถทำซ้ำกันได้ในทุกคืน เช่น การอ่านหนังสือ
หรือการหวีผม เป็นกิจวัตรเพื่อพัฒนาการนอนหลับซึ่งเป็นหนทางให้คุณได้ปรับตัว
3. เลือก เตียงนอนที่ได้มาตรฐาน หมอนสวย ๆ ที่พอดีกับศีรษะ สร้างบรรยากาศ
และสิ่งแวดล้อมที่คุณชอบ จะช่วยให้คุณหลับได้นานและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่
4. ออก กำลังกายเพื่อผ่อนคลายความเครียดในแต่ละวัน เวลาออกกำลังกายที่ดีที่สุด
คือ ช่วงบ่ายอ่อน ๆ หรือก่อนหัวค่ำ แต่ไม่ควรออกกำลังกายก่อนเวลาเข้านอน
5. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ คาเฟอีน หรือเครื่องชูกำลังอื่นๆ
รวมทั้งอาหารมื้อใหญ่ ๆ ก่อนเข้านอน
6. ไม่ นำปัญหาหรือเรื่องกลุ้มใจในระหว่างวันมาคิดก่อนเข้านอน แต่ควรนอนพักผ่อน
ให้เต็มที่ เพื่อให้สมองปลอดโปร่งและคิดแก้ไขปัญหาได้อย่างชาญฉลาดในวันรุ่งขึ้นเมื่อ

คุณนอนหลับได้ดีขึ้นและพักผ่อนได้เพียงพอแล้ว ก็ผ่อนคลาดความเมื่อยล้า
ทำให้คุณไม่เครียด และมีสุขภาพดีทั้งร่างการและจิตใจ สดใส มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

ที่มาของแหล่งข้อมูล:
http://www.camarcio.co.th